เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ประกาศคำตัดสินชั้นที่สุด มาตรการภาษีภายใต้มาตรา 301 กรณีการไม่กำหนดและบังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานบังคับ (Forced Labor)
ซึ่งสหรัฐฯ ให้เรียกเก็บอากรตอบโต้ในอัตราร้อยละ 10 และร้อยละ 12.5 สำหรับการนำเข้าสินค้าจาก 60 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจตามแต่ละกรณี ดังนี้
> กรณีมีกฎหมาย/มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่มาจากแรงงานบังคับ หรือมีการลงนามความตกลง ART
- ร้อยละ 10 เพิ่มจากภาษีนำเข้าปกติ แต่รวมแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 10 กับสินค้านำเข้าจากสหภาพยุโรปและไต้หวัน ทั้งนี้ หากอัตราภาษีปกติในสินค้าใดสูงกว่าร้อยละ 10 ให้ยกเว้นการเรียกเก็บอากรตอบโต้ (เก็บแค่ภาษีนำเข้าปกติ)
- ร้อยละ 10 เพิ่มจากภาษีนำเข้าปกติ กับสินค้านำเข้าจาก 17 ประเทศ ดังนี้ อาร์เจนตินา บังกลาเทศ กัมพูชา แคนาดา เอกวาดอร์ เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส อินเดีย อินโดนีเซีย จอร์แดน มาเลเซีย เม็กซิโก ปากีสถาน ศรีลังกา สหราชอาณาจักร และตรินิแดดและโตเบโกทั้งนี้ ให้นำกลไกโควตาสิ่งทอมาบังคับใช้กับ บังคลาเทศ กัมพูชา อินโดนีเซีย และมาเลเซีย โดยการให้สิทธิโควตานำเข้าสินค้าสิ่งทอในอัตราภาษีต่ำ หากมีการใช้ฝ้ายหรือวัตถุดิบจากสหรัฐฯหมายเหตุ อินเดีย ศรีลังกา กัวเตมาลา ฮอนดูรัส และตรินิแดดและโตเบโก ได้รับการปรับลดอัตราจากร้อยละ 12.5 เหลือร้อยละ 10 เนื่องจากได้มีการเร่งออกประกาศห้ามนำเข้าสินค้าที่มาจากแรงงานบังคับเพิ่มเติมหลังจากที่มีประกาศร่างผลการไต่สวนออกมา
> กรณีไม่มีกฎหมาย/มาตรการห้านำเข้าสินค้าที่มาจากแรงงานบังคับ หรืออยู่ระหว่างการเจรจา ART
- ร้อยละ 12.5 เพิ่มจากภาษีนำเข้าปกติ แต่รวมแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 12.5 กับสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น เกาหลี และสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งนี้ หากอัตราภาษีปกติในสินค้าใดสูงกว่าร้อยละ 12.5 ให้ยกเว้นการเรียกเก็บอากรตอบโต้ (เก็บแค่ภาษีนำเข้าปกติ)
- ร้อยละ 12.5 (+ ภาษีนำเข้าปกติ) กับสินค้านำเข้าจาก 38 ประเทศที่เหลือ ได้แก่ แอลจีเรีย แองโกลา ออสเตรเลีย บาฮามาส บาห์เรน บราซิล ชิลี จีน โคลอมเบีย คอสตาริกา สาธารณรัฐโดมินิกัน อียิปต์ กายอานา ฮ่องกง อิรัก อิสราเอล คาซัคสถาน คูเวต ลิเบีย โมร็อกโก นิวซีแลนด์ นิการากัว ไนจีเรีย นอร์เวย์ โอมาน เปรู ฟิลิปปินส์ กาตาร์ รัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย สิงคโปร์ แอฟริกาใต้ ไทย ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อุรุกวัย เวเนซุเอลา และเวียดนาม
โดยสหรัฐฯ ประกาศการยกเว้นการเก็บอากรตอบโต้แก่การนำเข้าสินค้าในปรากฏใน Annex I และ Annex II
- Annex I เป็นการยกเว้นตามเงื่อนไขและกลุ่มอุตสาหกรรมเฉพาะ เช่น สินค้าภายใต้มาตรา 232 อุตสาหกรรมเครื่องบินพลเรือน สารเคมีที่นำไปผลิต/ส่วนประกอบของยา รถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถบรรทุกเบา ชิ้นส่วนยานยนต์บางประเภท ของบริจาคบรรเทาทุกข์ สื่อสิ่งพิมพ์และสื่อข้อมูล
- Annex II จะเป็นบัญชีรายการสินค้ายกเว้นจำแนกตามประเทศ ประกอบด้วย 14 ส่วน (Part) ดังนี้
Part (A) เป็นบัญชีรายการสินค้าที่ให้การยกเว้นแก่ทุกประเทศ
Part (B-N) เป็นบัญชีรายการสินค้ายกเว้นเพิ่มเติมจาก Part (A) เฉพาะรายประเทศสำหรับ 13 กลุ่มประเทศ/เขตเศรษฐกิจ เพื่อจูงใจให้ปฏิบัติติตามพันธกรณีภายใต้ ART
ทั้งนี้ อัตราภาษีตามมาตรา 301 จะมีผลบังคับใช้เริ่มตั้งแต่เวลา 00.01 น. (ตามเวลาสหรัฐฯ) ของวันที่ 24 ก.ค. 69 เป็นต้นไป
สำหรับรายละเอียดสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่
เอกสารข้อมูลจากประกาศของ USTR: https://ustr.gov/about/policy-offices/press-office/fact-sheets/2026/july/fact-sheet-ustr-section-301-action-response-failure-60-economies-ban-imports-produced-forced-labor